เครื่องดนตรีที่มีลักษณะคล้ายกีตาร์เป็นที่นิยมมากว่า 5,000 ปีเป็นอย่างต่ำ โดยเริ่มเป็นที่นิยมในแถบเอเชียกลาง เรียกว่าซิตาร่า (Sitara) เครื่องดนตรีที่มีรูปแบบคล้ายคลึงกีตาร์ที่เก่าแก่ที่สุดที่ค้นพบมีอายุ 3,300 ปี เป็นหินสลักของกวีอาณาจักรโบราณฮิตไตต์
เครื่องดนตรีชิ้นแรกที่มีรูปลักษณ์เหมือนกีตาร์ในปัจจุบัน เกิดในช่วงยุคปลายของสมัยกลางหรือยุคต้นสมัยเรอเนสซอง (500 กว่าปีที่แล้ว) เป็นช่วงที่มีการใช้เครื่องดนตรีประเภทเครื่องสายกันทั่วโลก ในยุคนั้นกีตาร์มีทั้งแบบ 4 และ 5 สาย สำหรับกีตาร์ที่มี 6 สาย ระบุว่ามีขึ้นในปี 1779 เป็นผลงานของนายแกตาโน วินาซเซีย (Gaetano Vinaccia) ในเมืองเนเปิล อิตาลี แต่ก็ถกเถียงกันว่าอาจเป็นของปลอมสำหรับตระกูลวินาซเซียมีชื่อเสียงในการผลิตแมนโดลินมาก่อน
กีตาร์ไฟฟ้าตัวแรกเริ่มผลิตขึ้นในศตวรรษที่ 20 โดยจอร์จ โบแชมป์ (George Beauchamp) ได้รับสิทธิบัตรในปี 1936 และร่วมกับ ริกเค่นแบ็กเกอร์ (Rickenbacker) ตั้งบริษัท Electro String Instrument ผลิตกีตาร์ไฟฟ้าในช่วงปลายปีทศวรรษที่ 1930 ต่อมาในช่วงทศวรรษ 1960 จอห์น เลนนอน สมาชิกวงเดอะบีทเทิลส์ใช้กีตาร์ยี่ห้อนี้ ส่งผลให้เครื่องดนตรียี่ห้อนี้มีชื่อเสียงในกลุ่มนักดนตรีในยุคนั้น และในปัจจุบันบริษัทริกเค่นแบ็กเกอร์ เป็นบริษัทผลิตกีตาร์ที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐอเมริกา
เมื่อทราบประวัติกันแล้วว่ากีต้าร์ไฟฟ้าตัวแรกเกิดในดินแดนตะวันตกเละเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลาย หลายท่านคงคิดว่า แล้วเกี่ยวอะไรกัน หรือคนไทยทำกีต้าร์ จะทำไดเหรือไม่ ถ้าทำได้จะมีคุณภาพแค่ไหน สู้ชาวต่างชาติได้หรือไม่ เชิญท่านหาคำตอบจากบทความต่อไปนี้
ก่อนอื่นใดเราดูผลงานของเหล่าช่างทำกีต้าร์แนวหน้าในเมืองไทยกันก่อนนะครับ
นี่ผลงานจากคุณธนากร หรือThanakhorn Guitar ซึ่งสวยงามและคุณภาพเสียง
แบบอินเตอร์ไม่แพ้ชาติใดในโลก
มาเข้าเรื่องไม้กันก่อนนะครับ เพราะส่วนประกอบหลักๆที่ใช้ทำกีต้าร์คือไม้ ส่วนไม้ที่ใช้ทำกีต้าร์ก็มีมากมายหลายแบบ หลายราคา ขึ้นอยู่กับ คุณภาพ เสียงที่ได้ ความสวยงาม ความหายาก
แอลเดอร์ Alder ไม้แอลเดอร์ผ่านการใช้ผลิตลำตัวกีต้าร์จนเป็นที่นิยม ก็เพราะน้ำหนักที่ค่อนข้างเบา และให้น้ำเสียงที่ครบถ้วน เป็นเพราะเกรนของไม้ที่ค่อนข้างละเอียดทำให้ง่ายต่อการเคลืบเงาหรือลงสี สีธรรมชาติของแอลเดอร์จะออกไปทางสีแทนอ่อนๆ และจะมีลายที่ค่อนข้างเป็นระเบียบสม่ำเสมอ แอลเดอร์เป็นพื้นฐานในการผลิตเป็นลำตัวของเฟนเดอร์มานานหลายปี มันจะมองดูสวยงามสำหรับสีซันเบิร์ส หรือไม่ก็สีเดียว เพราะนี่คือเรื่องละเอียดอ่อนของคุณลักษณะ และด้วยราคาที่ค่อนข้างจะถูก แอลเดอร์ ไม้ยอดนิยมที่เราปลูกกันไว้มากในแถบมลรัฐวอชิงตัน
แอช Ash เรามีไม้แอชสองชนิดที่ค่อนข้างจะแตกต่างกันพอสมควร หนึ่งคือ แอชเนื้อแข็งจากทางเหนือ และสอง แสวมป์ แอช (แอชเนื้ออ่อนจากทางใต้) แอชเนื้อแข็งจากเมืองเหนือจะแข็งสมชื่อ น้ำหนักเยอะและความหนาแน่นค่อนข้างสูง ความหนาแน่นที่ค่อนข้างสูงของเนื้อไม้จะให้โทนเสียงที่ดูสดใส และค้างยาวนานที่ทำให้มันเป็นที่นิยม สีของเนื้อไม้จะออกเป็นสีครีม แต่ก็มีแนวโน้มที่จะมีลักษณะเด่นของฮาร์ทวู๊ด คือออกเป็นสีชมพูจนถึงสีน้ำตาลอ่อนๆ แต่เนื้อไม้ที่ค่อนข้างจะหยาบและรอยตาไม้ที่มีอยู่มากพอสมควร ทำให้ต้องใช้การ "โป้ว" หรืออุดลายไม้ ที่ค่อนข้างจะมากกว่าปรกติก่อนจะทำการลงสีชิ้นงาน สแวมป์ แอช ถือได้ว่าน่าจะเป็นรางวัลในการครอบครองด้วยเหตุผลหลายๆอย่าง มันเป็นข้อเสนอที่วิเศษสุดที่ไม้สำหรับผลิตเครื่องดนตรีจะให้มาได้ ด้วยโทนเสียงที่มี สมดุลย์ ถือเป็นไม้ที่สวยงามและสามารถแยกแยะได้ง่ายๆ จากไม้ แอชเนื้อแข็ง

ไม้เมเปิ้ลตะวันตก มีการปลูกอยู่มากรายรอบโรงงานของเรา ในมลรัฐวอชิงตัน มากกว่าเมเปิ้ลเนื้อแข็ง แต่ว่ามันก็มีคุณลักษณะของสีที่เหมือนกัน ให้เสียงที่แหลมคม ทะลุทะลวง เจ็บแสบ(แก้วหู) แต่ก็ไม่เปราะ แตกหักง่ายเหมือนไม้เมเปิ้ลแข็ง แต่เฟลม และชิ้นงานลำตัวของเรา ใช้ไม้จากตะวันตก และจะดูดีด้วยการย้อมสีก่อนเคลือบ
ควิลท์ เมเปิ้ล Quilted Maple :ไม้ชนิดนี้นานๆ ครั้งถึงจะหามาได้สักทีในตระกูล เวสเทิร์นเมเปิ้ล มันดูโดดเด่นด้วยลายไม้แบบลายเมฆ หรือลายข้าวโพดคั่ว ลายไม้ที่เกิดขึ้นนั้น หลากหลายไปด้วยลายลูกคลื่นเล็กๆ ไปจนถึงลายขนาดใหญ่ ด้วยความเป็นเฟลมเมเปิ้ล ไม้แบบนี้นิยมใช้กันมากในการนำมาประกบเป็นชิ้นหน้า แต่บางครั้งก็สามารถนำมาประกอบทั้งลำตัวด้วยไม้ 1 ชิ้น หรือ 2 ชิ้น
โรสวู๊ด Rosewood :นี่ถือเป็นไม้ที่มีน้ำหนักมากที่สุดที่เราใช้ทำลำตัวของ Strat® ซึ่งก็น่าจะหนักประมาณ 6 ปอนด์ เราใช้ไม้ต่างสายพันธ์หลายชนิดเท่าที่โอกาสจะอำนวย แต่ถ้าจะให้เหนือกว่าคนอื่น เราเลือก พาลิซานเดอร์ เรดวู๊ด ด้วยเสียงที่ อุ่นกว่าเมเปิ้ล แต่ในย่านสูงอาจจะฟังดูซึมๆ อาจจะเนื่องมาจากน้ำมันในเนื้อไม้เองก็เป็นไปได้ การลงสีเคลือบเงาถือว่ายุ่งยากนิดหน่อย
บราซิลเลียน โรสวู๊ด Brazilian Rosewood :และนี่คือ ไม้ที่เราพูดว่า "สวยงามที่สุด" ด้วยความกว้างสุดของเฉดสี เกรนเนื้อไม้และลวดลายที่เหมาะกับการทำผิวหน้าที่บางเบา เราค่อนข้างจะจำกัดการสั่งผลิต และที่แน่นอน มันแพงเอาการทีเดียว
ซิทก้า สปรูซ Sitka Spruce: ไม้ชนิดเดียวกันกับที่นำมาทำแผ่นบนของกีต้าร์โปร่งนั่นแหละครับ น้ำหนักเบาแต่เหนียว แข็งแรงพอ สีออกไปทางครีมขาว มีเฉพาะใช้ทำแผ่นปะหน้าเท่านั้น
วอลล์ นัท Walnut : วอลล์นัทจัดเป็นไม้รุ่นใหญ่น้ำหนักมาก แต่ก็ยังคงไม่หนักเท่ากับ ฮาร์ดเมเปิ้ลอยู่ดี มันให้เสียงที่เทียบเคียงได้กับฮาร์ด เมเปิ้ล
เมื่อไม้มีมากมายหลายชนิดหลายแบบ หลายลักษณะการใช้งาน ขนาดนี้ และยังเป็นไม้พื้นเมืองจากต่างประเทศอีก แล้วเหล่าช่างทำกีต้าร์ จะหาไม้เหล่านั้นได้อย่างไร จะปลูกก็กว่าจะได้ใช้ คำตอบของคำถามนี้คือ การนำเข้าไม้ ซึ่งทำได้หลายทางทั้งทางเรือ ทางเครื่องบิน อื่นๆ โดยส่วนมากมักนำเข้าโดยทางเรือ เพราะราคาค่าขนส่งที่น้อยกว่าทางเครื่องบิน โดยนำไม้ที่ยังไม่ได้ขึ้นรูปกีต้าร์ มาในลักษณะไม้แปรรูปแบบท่อน แล้วค่อยนำมาเก็บในโรงไม้หรือคลังไม้ของทางโรงงาน เพื่อเป็นการพักไม้และปรับสภาพไม้ให้รับกับอาการในเมืองไทยซึ่งร้อนและชื้นกว่าแหล่งที่นำเข้ามา เพราะถ้าไม่มีขั้นตอนของการพักไม้นี้ และนำไปทำกีต้าร์เลยทันที ไม้อาจเกิดการ หด ขยาย หรือบิดตัวกระทันหัน ทำให้เกิดรอยไมไม้แตกหรือความเสียหายแก่ตัวกีต้าร์ได้
จากท่าเรือ
สู่โรงเก็บพร้อมกับตรวจเช็คความชื้นอย่างสม่ำเสมอก่อนนำมาขึ้นรูป
ได้ Body แบบนี้
เสร็จแล้วต่อด้วยคอ
นำมาพักไว้
พักด้วยการดูกีต้าร์แบรนด์ต่อไปของคนไทย NNG Guitar
ที่ศิลปิลทั้งไทยและต่างประเทศให้ความใว้วางใจ
มาถึงขั้นตอนการทำสี













































สุดยอด made in Thailand
ตอบลบ