วันพฤหัสบดีที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

ว่าด้วยกีต้าร์โดยคนไทย

  

                    เครื่องดนตรีที่มีลักษณะคล้ายกีตาร์เป็นที่นิยมมากว่า 5,000 ปีเป็นอย่างต่ำ โดยเริ่มเป็นที่นิยมในแถบเอเชียกลาง เรียกว่าซิตาร่า (Sitara) เครื่องดนตรีที่มีรูปแบบคล้ายคลึงกีตาร์ที่เก่าแก่ที่สุดที่ค้นพบมีอายุ 3,300 ปี เป็นหินสลักของกวีอาณาจักรโบราณฮิตไตต์


                    เครื่องดนตรีชิ้นแรกที่มีรูปลักษณ์เหมือนกีตาร์ในปัจจุบัน เกิดในช่วงยุคปลายของสมัยกลางหรือยุคต้นสมัยเรอเนสซอง (500 กว่าปีที่แล้ว) เป็นช่วงที่มีการใช้เครื่องดนตรีประเภทเครื่องสายกันทั่วโลก ในยุคนั้นกีตาร์มีทั้งแบบ 4 และ 5 สาย สำหรับกีตาร์ที่มี 6 สาย ระบุว่ามีขึ้นในปี 1779 เป็นผลงานของนายแกตาโน วินาซเซีย (Gaetano Vinaccia) ในเมืองเนเปิล อิตาลี แต่ก็ถกเถียงกันว่าอาจเป็นของปลอมสำหรับตระกูลวินาซเซียมีชื่อเสียงในการผลิตแมนโดลินมาก่อน

                    กีตาร์ไฟฟ้าตัวแรกเริ่มผลิตขึ้นในศตวรรษที่ 20 โดยจอร์จ โบแชมป์  (George Beauchamp) ได้รับสิทธิบัตรในปี 1936 และร่วมกับ ริกเค่นแบ็กเกอร์ (Rickenbacker) ตั้งบริษัท Electro String Instrument ผลิตกีตาร์ไฟฟ้าในช่วงปลายปีทศวรรษที่ 1930 ต่อมาในช่วงทศวรรษ 1960 จอห์น เลนนอน สมาชิกวงเดอะบีทเทิลส์ใช้กีตาร์ยี่ห้อนี้ ส่งผลให้เครื่องดนตรียี่ห้อนี้มีชื่อเสียงในกลุ่มนักดนตรีในยุคนั้น และในปัจจุบันบริษัทริกเค่นแบ็กเกอร์ เป็นบริษัทผลิตกีตาร์ที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐอเมริกา


                  เมื่อทราบประวัติกันแล้วว่ากีต้าร์ไฟฟ้าตัวแรกเกิดในดินแดนตะวันตกเละเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลาย หลายท่านคงคิดว่า แล้วเกี่ยวอะไรกัน หรือคนไทยทำกีต้าร์ จะทำไดเหรือไม่ ถ้าทำได้จะมีคุณภาพแค่ไหน สู้ชาวต่างชาติได้หรือไม่ เชิญท่านหาคำตอบจากบทความต่อไปนี้



                     ก่อนอื่นใดเราดูผลงานของเหล่าช่างทำกีต้าร์แนวหน้าในเมืองไทยกันก่อนนะครับ
                 
                










              
                    นี่ผลงานจากคุณธนากร หรือThanakhorn Guitar ซึ่งสวยงามและคุณภาพเสียง
                    แบบอินเตอร์ไม่แพ้ชาติใดในโลก
              มาเข้าเรื่องไม้กันก่อนนะครับ เพราะส่วนประกอบหลักๆที่ใช้ทำกีต้าร์คือไม้ ส่วนไม้ที่ใช้ทำกีต้าร์ก็มีมากมายหลายแบบ หลายราคา ขึ้นอยู่กับ คุณภาพ เสียงที่ได้ ความสวยงาม ความหายาก


                   แอลเดอร์ Alder ไม้แอลเดอร์ผ่านการใช้ผลิตลำตัวกีต้าร์จนเป็นที่นิยม ก็เพราะน้ำหนักที่ค่อนข้างเบา  และให้น้ำเสียงที่ครบถ้วน เป็นเพราะเกรนของไม้ที่ค่อนข้างละเอียดทำให้ง่ายต่อการเคลืบเงาหรือลงสี สีธรรมชาติของแอลเดอร์จะออกไปทางสีแทนอ่อนๆ และจะมีลายที่ค่อนข้างเป็นระเบียบสม่ำเสมอ แอลเดอร์เป็นพื้นฐานในการผลิตเป็นลำตัวของเฟนเดอร์มานานหลายปี มันจะมองดูสวยงามสำหรับสีซันเบิร์ส หรือไม่ก็สีเดียว เพราะนี่คือเรื่องละเอียดอ่อนของคุณลักษณะ และด้วยราคาที่ค่อนข้างจะถูก แอลเดอร์ ไม้ยอดนิยมที่เราปลูกกันไว้มากในแถบมลรัฐวอชิงตัน

                   แอช Ash เรามีไม้แอชสองชนิดที่ค่อนข้างจะแตกต่างกันพอสมควร หนึ่งคือ แอชเนื้อแข็งจากทางเหนือ และสอง แสวมป์ แอช (แอชเนื้ออ่อนจากทางใต้) แอชเนื้อแข็งจากเมืองเหนือจะแข็งสมชื่อ น้ำหนักเยอะและความหนาแน่นค่อนข้างสูง ความหนาแน่นที่ค่อนข้างสูงของเนื้อไม้จะให้โทนเสียงที่ดูสดใส และค้างยาวนานที่ทำให้มันเป็นที่นิยม สีของเนื้อไม้จะออกเป็นสีครีม แต่ก็มีแนวโน้มที่จะมีลักษณะเด่นของฮาร์ทวู๊ด คือออกเป็นสีชมพูจนถึงสีน้ำตาลอ่อนๆ แต่เนื้อไม้ที่ค่อนข้างจะหยาบและรอยตาไม้ที่มีอยู่มากพอสมควร ทำให้ต้องใช้การ "โป้ว" หรืออุดลายไม้ ที่ค่อนข้างจะมากกว่าปรกติก่อนจะทำการลงสีชิ้นงาน สแวมป์ แอช ถือได้ว่าน่าจะเป็นรางวัลในการครอบครองด้วยเหตุผลหลายๆอย่าง มันเป็นข้อเสนอที่วิเศษสุดที่ไม้สำหรับผลิตเครื่องดนตรีจะให้มาได้ ด้วยโทนเสียงที่มี สมดุลย์  ถือเป็นไม้ที่สวยงามและสามารถแยกแยะได้ง่ายๆ จากไม้ แอชเนื้อแข็ง


                 แบสวู๊ด Basswood  นี่เป็นไม้ที่จัดได้ว่ามีเนื้อที่ค่อนข้างเบา เป็นปรกติสำหรับการผลิตลำตัว    มันให้สีที่ออกไปทางขาว แต่บ่อยครั้งที่จะพบร่องรอยลายไม้พาดแซมด้วยสีเขียว ถือได้ว่าเป็นไม้ที่เกรนปิด แต่ก็ดูซับวัสดุเคลือบผิวได้มาก ไม่เหมาะนักที่จะเคลือบด้วยวัสดุใส ด้วยเหตุที่เนื้อไม้ค่อนข้างอ่อน แต่ถ้าหากไม่นำไปใช้ผิดประเภท สุ้มเสียงที่ได้จากไม้ชนิดนี้จะมีลักษณะโทนอบอุ่น


                บูบิงกา Bubinga ด้วยความแข็งแกร่งของเนื้อไม้ จึงถูกนำมาทำเป็นคอเบสและฟิงเกอร์บอร์ด , โรงงานริคเคนแบคเกอร์นำมาทำเป็นเฟร็ทบอร์ด และวอวิคค์ได้นำมาใช้ทำลำตัวเช่นกัน , ในการนำมาใช้ทำคอเบส มันจะให้เสียงที่สดใสในช่วงกลาง และมีความหนาลึกในความถี่ต่ำ แต่เนีฃื่องด้วยน้ำหนักที่ค่อนข้างมากของมัน จึงทำให้เหมาะสุดกับการนำมาใช้เป็นแผ่นหน้าของวัสดุลำตัว


               กองคาโล อัลเวซ Goncalo Alves ความหนาแน่นที่สูง เนื้อละเอียดนิ่มนวล พร้อมความรู้สึกลื่นละมุนยามสัมผัส ไม่ต้องย้อมหรือเคลือบใดๆ ให้เสียเนื้อไม้ , สีที่พบได้คือ สีแทน และมีลายทางยาวสีน้ำตาลช๊อกโกเลท (สมิธ & เวสสัน นำมาผลิตเป็นด้ามปืน) ให้น้ำเสียงที่ฟังดูแล้วสะอาดและอบอุ่น , แรกสุดนิยมนำมาผลิตชิ้นคอ หรือนำมาใช้เป็นแผ่นหน้าของวัสดุลำ


               โคอา Koa ไม้ที่สวยงามชนิดนี้ นำเข้ามาแบบพิเศษสุดจากดินแดนหมู่เกาะฮาวายเอี้ยน เพื่อผลิตชิ้นงานสุดยอดที่จำกัดจำนวนไว้น้อยมากๆ น้ำหนักที่ค่อนข้างจะแตกต่างระหว่างหนักมากจนถึงปานกลางนั้น ทำให้มันสุดแสนจะเลอเลิศสะแมนแตนซะไม่มีในการผลิตลำตัวของเบส โคอาให้เสียงอบอุ่นในแบบฉบับของ มาฮอกกานี่ แต่ก็ยังแฝงไว้ด้วยความสดใสเหมือนกับ วอลนัท เป็นไม้ที่ต้องเคลือบผิวด้วยน้ำมัน หรือโดยทั่วๆไปเพื่อความสวย งามก็ควรจะเคลือบใส บางครั้ง โคอาก็ออกลายคล้ายกับเฟลมด้วยเช่นกัน


               มาฮอกกานี่ Mahogany  เราใช้ อาฟริกัน มาฮอกกานี่ ในสายการผลิตของเรา เป็นไม้น้ำหนักปานกลางจนถึงหนักมาก ที่ผลิตลำตัวของ Strat® ที่ให้น้ำหนักเฉลี่ย 5 ปอนด์หรือมากกว่านิดหน่อย เป็นไม้ที่มีผิวละเอียดมาก คุณสมบติเหมาะสมที่สุดกับการผลิตเครื่องดนตรี โทนเสียงที่อบอุ่นและมีซัสเทนที่ดี เนื้อไม้ที่ง่ายต่อการขัดขึ้นเงา มองดูสวยงามเมื่อเคลือบผิวแบบใส หรือทำสีแดงใส(เห็นลายไม้)
  


              เมเปิ้ล Maple ขอนำเสนอไม้เมเปิ้ลสองชนิด ไม้เมเปิ้ลเนื้อแข็งจากฝั่งตะวันออก (ฮาร์ด ร๊อค เมเปิ้ล) และ เมเปิ้ลเนื้ออ่อนจากฝั่งตะวันตก (เมเปิ้ลใบใหญ่) เมเปิ้ลเนื้อแข็งนั้นทั้งแข็งและหนักแน่นสมชื่อ เป็นไม้ชนิดเดียวกันที่ใช้ผลิตคอ มีเกรนไม้ที่ปิดสนิทง่ายต่อการเคลืบเงาหรือลงสี เนื้อเสียงที่สดใสสุดๆ กับซัสเทนที่ค้างยาวและเต็มไปด้วยเนื้อเสียง ไม้ชนิดนี้ไม่สามารถย้อมสีได้ มันจะดูโดดเด่นมากที่สุดในการเคลือบเงาใส หรือใช้สีกึ่งใส
ไม้เมเปิ้ลตะวันตก มีการปลูกอยู่มากรายรอบโรงงานของเรา ในมลรัฐวอชิงตัน มากกว่าเมเปิ้ลเนื้อแข็ง แต่ว่ามันก็มีคุณลักษณะของสีที่เหมือนกัน ให้เสียงที่แหลมคม ทะลุทะลวง เจ็บแสบ(แก้วหู) แต่ก็ไม่เปราะ แตกหักง่ายเหมือนไม้เมเปิ้ลแข็ง แต่เฟลม และชิ้นงานลำตัวของเรา ใช้ไม้จากตะวันตก และจะดูดีด้วยการย้อมสีก่อนเคลือบ


               เฟลม (เมเปิ้ล),Flame Maple หรือเมเปิ้ลลายเสือ ลายไม้ที่ออกมาแบบยุ่งเหยิงอย่างภาพที่แสดง ไม้เฟลมนั้นเนื้อจะแน่น สามารถดัดให้ตรงได้ หรือไม่ก็โค้งงอ ขณะที่คุณสามารถใช้เฟลม 1 ชิ้นหรือ 2 ชิ้นสำหรับประกบทำลำตัว จัดเป็นไม้ที่สวยงามในการนำมาประกอบเป็นแผ่นหน้าของลำตัวกีต้าร์


                 ควิลท์ เมเปิ้ล Quilted Maple :ไม้ชนิดนี้นานๆ ครั้งถึงจะหามาได้สักทีในตระกูล เวสเทิร์นเมเปิ้ล มันดูโดดเด่นด้วยลายไม้แบบลายเมฆ หรือลายข้าวโพดคั่ว ลายไม้ที่เกิดขึ้นนั้น หลากหลายไปด้วยลายลูกคลื่นเล็กๆ ไปจนถึงลายขนาดใหญ่ ด้วยความเป็นเฟลมเมเปิ้ล ไม้แบบนี้นิยมใช้กันมากในการนำมาประกบเป็นชิ้นหน้า แต่บางครั้งก็สามารถนำมาประกอบทั้งลำตัวด้วยไม้ 1 ชิ้น หรือ 2 ชิ้น

                 เบิร์ดอายส์ เมเปิ้ล Birdseye Maple :ภาพที่เห็นนี้จะเกิดได้กับ เมเปิ้ลเนื้อแข็งตะวันออกเท่านั้น เบิร์ดอายส์ให้เสียงที่ไม่นุ่มลึกเลยสำหรับ(เฟร็ท)บอร์ด ดังนั้นการนำมาทำลำตัวจึงไม่เหมาะเท่าใดนัก ส่วนการนำมาทำเป็นแผ่นหน้า มันจะให้เสียงแบบแข็งกระด้างที่รู้สึกได้

                 โรสวู๊ด Rosewood :นี่ถือเป็นไม้ที่มีน้ำหนักมากที่สุดที่เราใช้ทำลำตัวของ Strat® ซึ่งก็น่าจะหนักประมาณ 6 ปอนด์ เราใช้ไม้ต่างสายพันธ์หลายชนิดเท่าที่โอกาสจะอำนวย แต่ถ้าจะให้เหนือกว่าคนอื่น เราเลือก พาลิซานเดอร์ เรดวู๊ด ด้วยเสียงที่ อุ่นกว่าเมเปิ้ล แต่ในย่านสูงอาจจะฟังดูซึมๆ อาจจะเนื่องมาจากน้ำมันในเนื้อไม้เองก็เป็นไปได้ การลงสีเคลือบเงาถือว่ายุ่งยากนิดหน่อย

               บราซิลเลียน โรสวู๊ด Brazilian Rosewood :และนี่คือ ไม้ที่เราพูดว่า "สวยงามที่สุด" ด้วยความกว้างสุดของเฉดสี เกรนเนื้อไม้และลวดลายที่เหมาะกับการทำผิวหน้าที่บางเบา เราค่อนข้างจะจำกัดการสั่งผลิต และที่แน่นอน มันแพงเอาการทีเดียว

              
                    ซิทก้า สปรูซ Sitka Spruce: ไม้ชนิดเดียวกันกับที่นำมาทำแผ่นบนของกีต้าร์โปร่งนั่นแหละครับ น้ำหนักเบาแต่เหนียว แข็งแรงพอ สีออกไปทางครีมขาว มีเฉพาะใช้ทำแผ่นปะหน้าเท่านั้น


                วอลล์ นัท Walnut : วอลล์นัทจัดเป็นไม้รุ่นใหญ่น้ำหนักมาก แต่ก็ยังคงไม่หนักเท่ากับ ฮาร์ดเมเปิ้ลอยู่ดี มันให้เสียงที่เทียบเคียงได้กับฮาร์ด เมเปิ้ล


                เวนจ์ Wenge : เวนจ์ให้ลวดลายที่มีลักษณะเด่นด้วยสีน้ำตาล ช๊อคโกเลท ไปจนกระทั่งดำ การตัดด้วยเลื่อยตามทางยาวจะให้ผลดีที่สุด เหมาะแก่การใช้งาน เหมือนไม้ ซีบร้า วู๊ด เว้นแต่มันเป็นสีดำ ใช้งานเฉพาะทำผิวหน้าเท่านั้น


                 ซีบร้า วู๊ด Zebrawood : นี่ก็จัดได้ว่าเป็นไม้รุ่นใหญ่ น้ำหนักตัวสูงและมีเกรนที่เปิดมากชนิดหนึ่ง และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวด้วยสีน้ำตาลอ่อนพร้อมด้วยลายทาง ปรกติไม้ชนิดนี้จะใช้ทำแผ่นผิวหน้า น้ำหนักและเสียงให้ไปทางไม้ เมเปิ้ล
 

                 เมื่อไม้มีมากมายหลายชนิดหลายแบบ หลายลักษณะการใช้งาน ขนาดนี้ และยังเป็นไม้พื้นเมืองจากต่างประเทศอีก แล้วเหล่าช่างทำกีต้าร์ จะหาไม้เหล่านั้นได้อย่างไร จะปลูกก็กว่าจะได้ใช้ คำตอบของคำถามนี้คือ การนำเข้าไม้ ซึ่งทำได้หลายทางทั้งทางเรือ ทางเครื่องบิน อื่นๆ โดยส่วนมากมักนำเข้าโดยทางเรือ เพราะราคาค่าขนส่งที่น้อยกว่าทางเครื่องบิน โดยนำไม้ที่ยังไม่ได้ขึ้นรูปกีต้าร์ มาในลักษณะไม้แปรรูปแบบท่อน แล้วค่อยนำมาเก็บในโรงไม้หรือคลังไม้ของทางโรงงาน เพื่อเป็นการพักไม้และปรับสภาพไม้ให้รับกับอาการในเมืองไทยซึ่งร้อนและชื้นกว่าแหล่งที่นำเข้ามา เพราะถ้าไม่มีขั้นตอนของการพักไม้นี้ และนำไปทำกีต้าร์เลยทันที ไม้อาจเกิดการ หด ขยาย หรือบิดตัวกระทันหัน ทำให้เกิดรอยไมไม้แตกหรือความเสียหายแก่ตัวกีต้าร์ได้


จากท่าเรือ


                            สู่โรงเก็บพร้อมกับตรวจเช็คความชื้นอย่างสม่ำเสมอก่อนนำมาขึ้นรูป


                         ขึ้นรูปด้วยเครื่อง CNC  (Computer Numerical Control) มาตรฐานสากล
ได้ Body แบบนี้


เสร็จแล้วต่อด้วยคอ


นำมาพักไว้


พักด้วยการดูกีต้าร์แบรนด์ต่อไปของคนไทย NNG Guitar
 ที่ศิลปิลทั้งไทยและต่างประเทศให้ความใว้วางใจ



                                                              มาถึงขั้นตอนการทำสี
             










1 ความคิดเห็น: